5 การจัดท่าทางการนอนสำหรับผู้ป่วยอ่อนแรงครึ่งซีก

สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีอาการอ่อนแรงครึ่งซีก (Hemiparesis) การนอนไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่คือ การจัดวางร่างกายเพื่อการรักษา” หากจัดท่าไม่ถูกต้องเพียงไม่กี่วัน อาจส่งผลให้เกิดภาวะไหล่ติด (Frozen Shoulder) ข้อเท้าจิก (Foot Drop) หรือแผลกดทับที่รักษาได้ยาก บทความนี้โพรเทียจะมาแนะนำวิธีการจัดท่าทางใน 5 ท่าหลัก เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับความปลอดภัยและฟื้นตัวได้ดีที่สุดค่ะ

1. ท่านอนหงาย (Supine Position)

ท่านี้นิยมใช้บ่อยที่สุด แต่มีจุดเสี่ยงคือสะโพกมักจะแบะออกและแขนจะเกร็งงอ

  • ศีรษะและคอ: หนุนหมอนให้ศีรษะตั้งตรง ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง
  • แขนข้างที่อ่อนแรง: ใช้หมอนรองใต้ไหล่และแขนให้ สูงกว่าระดับหน้าอกเล็กน้อย เพื่อลดอาการบวม จัดให้ศอกเหยียดออกและฝ่ามือหงายขึ้น ม้วนผ้าขนหนูให้ผู้ป่วยกำไว้ในข้างที่มีอาการอ่อนแรง
  • ขาข้างที่อ่อนแรง: ใช้หมอนรองใต้สะโพกด้านที่อ่อนแรงเพื่อป้องกันไม่ให้ขาแบะออกนอก และอาจใช้หมอนใบเล็กๆ รองใต้ข้อเข่าเพื่อให้งอเล็กน้อย
  • เท้า: ระวังไม่ให้ผ้าห่มกดทับปลายเท้าจนเท้าจิกลง ควรหาหมอนมายันปลายเท้าให้ตั้งฉาก
ท่านอนหงาย

2. ท่านอนตะแคงทับด้านที่อ่อนแรง

  • ลำตัว: ตะแคงเกือบจะหงายเล็กน้อย โดยให้สะบักด้านที่อ่อนแรงถูกดึงมาข้างหน้า เพื่อไม่ให้ทับไหล่ตัวเองจนเจ็บ มีหมอนรองดันหลัง เพื่อไม่ให้ตัวพลิกกลับมาหงาย
  • แขนข้างที่อ่อนแรง: เหยียดไปข้างหน้าตั้งฉากกับลำตัว ฝ่ามือหงายขึ้น
  • ขา: ขาด้านที่อ่อนแรงจัดให้อยู่ด้านหลังเหยียดข้อสะโพก งอเข่าเล็กน้อย ขาด้านดีงอเข่าก่ายบนหมอนรอง
  • ข้อควรระวัง: ตรวจเช็คว่าหูและไหล่ไม่ถูกพับทับจนขาดเลือด

3. ท่านอนตะแคงทับด้านที่ดี

ท่านี้เป็นท่าที่ผู้ป่วยมักจะรู้สึกสบายที่สุด แต่ต้องระวังเรื่องการดึงรั้งของแขนข้างที่อ่อนแรง

  • ลำตัวและศีรษะ: โน้มศีรษะไปด้านหน้าเล็กน้อย จัดให้ลำตัวตรง มีหมอนรองดันหลังเพื่อไม่ให้หงายกลับ
  • แขนข้างที่อ่อนแรง: จัดให้ไหล่งุ้มไปด้านหน้า มีหมอนรองรับแขนทั้งหมดไว้ข้างหน้า ไม่ให้แขนตกลงมาที่พื้นเตียง เพราะจะทำให้ไหล่หลุดหรือปวดไหล่ได้
  • ขาข้างที่อ่อนแรง: งอเข่าและสะโพก วางก่ายบนหมอนใบใหญ่ให้ขนานกับแนวลำตัว ไม่ให้เข่าหรือเท้าข้างที่อ่อนแรงตกลงมาสัมผัสพื้นเตียง เพราะจะกระตุ้นการเกร็งได้

4. ท่านั่ง

สามารถใช้หลักการนี้กับการนั่งบนที่นอนหรือเก้าอี้ได้

  • ลำตัว: ให้ลำตัวพิงกำแพงหรือหัวเตียง มีหมอนรองศีรษะและหลังของผู้ป่วย
  • แขนข้างที่อ่อนแรง: ใช้หมอนรองแขนข้างที่อ่อนแรง งอศอก 90 องศา เพื่อดันไม่ให้หัวไหล่หลุด
  • ท่านั่งบนเตียง: เหยียดขาทั้ง 2 ข้าง มีหมอนรองใต้เข่า ให้งอเข่าเล็กน้อย
  • ท่านั่งบนเก้าอี้: นั่งบนเก้าอี้ที่มั่นคง มีที่รองเท้า หรือให้เท้ายันกับพื้น

5. เทคนิคการจับพลิกตะแคงตัวผู้ป่วย

  • แขน: เหยียดแขนด้านที่ต้องการตะแคงออกทางด้านข้าง และงอแขนอีกข้างไว้บนลำตัว
  • ขา: เหยียดขาด้านที่ต้องการตะแคงตรง ชันเข่าด้านเดียวกับแขนที่วางบนลำตัว
  • ผู้ดูแลยืนด้านที่ต้องการตะแคง จับบริเวณหัวไหล่และสะโพกด้านตรงข้าม หรือใช้แผ่นรองซับโพรเทีย มีหูจับ ช่วยจับพลิกตะแคงตัวเข้ามาหาผู้ดูแล แล้วใช้หมอนรองจัดท่าสอดด้านหลังของผู้ป่วย ไม่ให้หงายพลิกกลับ   

การจัดท่าทางควรเปลี่ยน ทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อกระจายแรงกดทับ นอกจากนี้ การสังเกตสีผิวของผู้ป่วยขณะเปลี่ยนท่าเป็นเรื่องสำคัญ หากพบรอยแดงที่ผิวที่ไม่จางหายไป ให้หลีกเลี่ยงการนอนทับจุดนั้นไปก่อน หากมีแผลกดทับแล้ว ควรพลิกตัวเปลี่ยนท่าบ่อยๆ เท่าที่จะทำได้ หากยังไม่มีแผลกดทับ ช่วงเวลานอนกลางคืนสามารถยืดเวลาการพลิกตัวเป็น 3 – 4 ชั่วโมง เพื่อที่ผู้ดูแลจะได้มีเวลาพักผ่อนได้มากขึ้นค่ะ

Similar Posts