ดูแลคนที่บ้าน ไม่ได้แปลว่าต้องทิ้งตัวเอง: 4 วิธีฟื้นฟูพลังใจสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง

ถ้าคุณดูแลผู้ป่วยติดเตียงอยู่ที่บ้าน โพรเทียอยากให้รู้ว่า การดูแลตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่คือเชื้อเพลิงที่ทำให้คุณดูแลคนอื่นได้นานขึ้น

มีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่หลายคนที่ดูแลผู้ป่วยติดเตียงอยู่ที่บ้านเคยรู้สึกว่า ตัวเองไม่มีสิทธิ์เหนื่อย

เพราะคนที่นอนอยู่บนเตียงนั้น เหนื่อยกว่า

แต่โพรเทียอยากบอกความจริงข้อหนึ่งค่ะ ว่าร่างกายที่เหนื่อยล้าสะสม ไม่ใช่สัญลักษณ์ของความรัก มันคือสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องหยุดดูแลตัวเองบ้างแล้ว

1. เริ่มจากนอนหลับให้เป็น ไม่ใช่แค่ให้ได้นอน

ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงหลายคนนอนหลับแบบ ‘ตื่นรับสัญญาณ’ ตลอดคืน ทำให้แม้จะนอน 6–7 ชั่วโมง ก็ยังรู้สึกไม่พักผ่อนจริง

ลองใช้หมอนรองจัดท่า ช่วยประคองผู้ป่วยให้อยู่ในท่าตะแคงที่ถูกต้องตลอดคืน ลดโอกาสที่ผู้ป่วยจะไม่สบายและเรียกตื่นกลางดึก ทำให้คุณมีช่วงหลับยาวขึ้นโดยไม่ต้องกังวลมากค่ะ

2. มีเวลาของตัวเองสัก 20 นาทีต่อวัน ก็เพียงพอแล้ว

ไม่จำเป็นต้องออกไปสปา หรือใช้เวลาเป็นชั่วโมง แค่ 20 นาทีที่ได้ทำสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับการดูแลใคร ไม่ว่าจะเป็นอ่านหนังสือ ชงชา ฟังเพลง หรือแค่นั่งเงียบๆ

งานวิจัยจาก Journal of Gerontology พบว่าผู้ดูแลที่มี ‘เวลาส่วนตัวที่แน่นอน’ มีระดับ cortisol (ฮอร์โมนความเครียด) ต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่มีเวลาส่วนตัวถึง 27%

3. พูดกับคนอื่นบ้าง อย่าเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ผู้ดูแลผู้ป่วยที่บ้านหมดแรงเร็วที่สุด คือความรู้สึกว่าตัวเองสู้อยู่คนเดียว ลองหากลุ่มออนไลน์ของผู้ดูแลผู้ป่วยค่ะ มีอยู่หลายกลุ่มในไทยที่พูดคุยกันอย่างเข้าใจ แค่รู้ว่ามีคนเข้าใจ บางทีก็ช่วยได้มากกว่าคำแนะนำใดๆ

4. ลงทุนในอุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดแรง ไม่ใช่ความสะดวก แต่คือสุขภาพของคุณ

ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่ใช้แรงกายล้วนๆ ในการยกตัว พลิกตัว และเคลื่อนย้ายผู้ป่วย มีความเสี่ยงในการบาดเจ็บที่หลังสูงถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ใช้อุปกรณ์ช่วย แผ่นรองซับโพรเทีน มีหูจับ ช่วยให้เลื่อนและพลิกตัวผู้ป่วยได้โดยใช้แรงน้อยกว่าปกติมาก อีกทั้งยังซักซ้ำได้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้อนทุกวัน

โพรเทียเชื่อว่าคนที่ดูแลผู้ป่วยติดเตียงอยู่ที่บ้านคือหนึ่งในคนที่ทำงานหนักที่สุดในโลก โดยไม่มีวันหยุด ไม่มีโบนัส และไม่ค่อยมีใครมาถามว่า “วันนี้เป็นยังไงบ้าง?”

โพรเทียถามนะคะ วันนี้เป็นยังไงบ้าง?

และถ้าคุณต้องการตัวช่วยที่ทำให้ทุกวันเบาขึ้นสักนิด โพรเทียอยู่ตรงนี้ค่ะ

แหล่งอ้างอิง

  • Pinquart, M. & Sörensen, S. (2003). Associations of stressors and uplifts of caregiving with caregiver burden. Journal of Gerontology, 58B(2), 112–128.
  • Holt-Lunstad, J. et al. (2015). Loneliness and social isolation as risk factors for mortality. Perspectives on Psychological Science, 10(2), 227–237.
  • กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2565). คู่มือดูแลตนเองสำหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุ.

Similar Posts